วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ครั้งที่6 วัน อังคาร ที่10 ตุลาคม 2560




     วันนี้อาจารย์เบียร์ให้นักศึกษาออกมาเล่าครูในดวงใจของแต่ละคน ใครจะออกก่อนออกหลังก็ได้ตามใจชอบ ครูเบียร์เป็นคนใจดี เพื่อนๆก็เขินอายกัน กว่าจะออกได้แต่ละคนนานพอควร แต่ก็ออกไปเล่ากันจนครบ ซึ่งแต่ละคนก็มีครูในดวงใจของตนเองที่รักและชื่นชอบต่างกัน





และตอนท้ายคาบอาจารย์เล่าประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรทำตาม ก็ให้นักศึกษาทุกคนสัญญากับอาจารย์ว่าจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่ออกนอกลู่นอกทาง นักศึกษาทุกคนก็ต่างสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีของครูบาอาจารย์


🔺การประเมินผล😊

ประเมินเพื่อน : ดูเพื่อนๆสนุกสนานเฮฮามีความสุขในการเรียน

ประเมินตนเอง : ชอบการเรียนในครั้งนี้สนุกสนานเฮฮา
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ดูตั้งใจในการสอนมาก อาจารย์เป็นคนน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส





วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ครูดีในดวงใจของฉัน

                 
             "ทุกคนต่างก็มีครูในดวงใจของตัวเอง ครูเปรียบเหมือนพ่อแม่คนที่สองของเรา ครูเป็นผู้ที่  มีพระคุณ ครูเป็นผู้ที่ชี้นำแนวทาง คอยบ่นว่าเราเสมอ เพื่ออยากให้เราเป็นคนดี และตระหนักอยู่เสมอว่าถ้าไม่มีครูเราก็ไม่สามารถมายืนจุดๆนี้ได้" 




ครูในดวงใจของฉันคือครูจุฑาทิป วงค์หาญ  ครูชั้นประถมศึกษา 
สอนวิชาการงาน เป็นครูประจำชั้นตอนประถมศึกษาปีที่ 4-6 แต่ฉันได้รับความรักความอบอุ่นตั้งแต่อนุบาล ครูคนนี้สำหรับฉันเองครูไม่ได้สอนแค่วิชาการงาน แต่ครูสอนทุกอย่างจากที่เราไม่เคยรียนรู้มาก่อน ครูสอนให้รู้จักการช่วยเหลือผู้อื่น การทำงานบ้าน งานสวน ส่งเสริมทางด้านพุทธศาสนา สอนให้เราเป็นคนดีมีเมตตาต่อผู้อื่น สอนให้รู้จักแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ครูเปรียบเหมือนเป็นแม่คนที่สองก็ว่าได้ เพราะทุกวันที่ฉันไปเรียนครูจะมีขนมและอุปกรณ์การเรียนให้ตลอด ครูทำให้ฉันรัก ครูให้ความอบอุ่นความผูกพันธ์เหมือนแม่ คอยสอนการบ้านตลอด ฉันชอบไปโรงเรียนเช้าๆแบบเช้ามาก ทุกวันที่ไปโรงเรียนฉันจะเห็นภารโรง และครูคนนี้เป็นคนแรกเสมอ ครูชอบยืนรดน้ำต้นไม้ที่หน้าอาคารเรียน เราก็จะชอบไปช่วยครูและพูดคุยกับครูซึ่งเราคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนแม่จริงๆ บ่อยครั้งที่ครูจะชอบชวนไปกินข้าวด้วย บางครั้งเราจะชอบผลไม้ ขนม และกับข้าว มาฝากครูเสมอ วันครูทุกๆปีเรียนเสร็จก็ไปกราบ ครูคนนี้เป็นครูที่ฉันรักมากเหมือนกับแม่เลยก็ว่าได้

  



        

                                         





วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ครั้งที่5 วันที่ 3 ตุลาคม 2560

 ก่อนเข้าสู่บทเรียนทุกๆคาบ อาจารย์จะให้นักศึกษาเล่นเกมส์ฝึกสมองเสมอ เพื่อให้สมองเปิดและพร้อมที่จะเรียนรู้



ต่อมาอาจาร์ให้ให้เล่นเกมส์เหมือนเป็นเกมส์ทายใจ มีภาพให้และอาจารย์จะเป็นคนเล่าและให้นักศึกษาจินตนาการตามและให้นักศึกษาพูดความรู้สึกออกมา และให้วาดรถไฟเหาะตามแนวคิดของตััวเอง จนสุดท้ายอาจารย์ก็บอกว่าเป็นเรื่องอะไร เพือนๆสนุกสนานและฮากันทั้งนั้น  






เข้าสู่บทเรียน วันนี้อาจารย์สอนเรื่อง โครงสร้างของบุคลิกภาพ การพัฒนาบุคลิกภาพ และเรื่องของทฤษฏีการเรียนรู้ 



โดยมีทฤษฏีการเรียนรู้ดังนี้ 


อัล เบิร์ต บันดูรา (Albert Bandura) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
-เกิดที่เมืองอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา
-รับตำแหน่งที่ภาควิชาจิตวิทยา ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
            >>การเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบ เนื่องจากมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอ 



อีวาน เปโตรวิช ปาฟลอฟ   Ivan  Petrovich Pavlov
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของพาฟลอฟ  (Classical Conditioning Thoery )
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยวางเงื่อนไข แบ่งออกเป็น
          UCS      Unconditioning Stimulus          สิ่งเร้าที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข
          UCR     Unconditioning Response         การตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข
          CS        Conditioning Stimulus             สิ่งเร้าที่ต้องวางเงื่อนไข
          CR       Conditioning Response             การตอบสนองที่ต้องวางเงื่อนไข


Skinner

ผู้ที่เป็นเจ้าของทฤษฎีนี้คือสกินเนอร์ โดยที่เขามีความคิดเห็นว่าทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคนั้นจำกัดอยู่กับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนน้อยของมนุษย์ พฤติกรรมส่วนใหญ่แล้วมนุษย์จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเองไม่ใช่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสิ่งเร้าใหม่กับสิ่งเร้าเก่าตามการอธิบายของพาฟลอฟ สกินเนอร์ได้อธิบาย คำว่า "พฤติกรรม" ว่าประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ตัว คือ





จอห์น บี วัตสัน (John B. Watson) เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
ทฤษฎีของเขามีลักษณะในการอธิบายเรื่องการเกิดอารมณ์จากการวางเงื่อนไข (Conditioned emotion)  
เป็นการวางเงื่อนไขพฤษติกรรมเด็ก ให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้ทุกพฤติกรรม 
-กำหนดชะตาเด็กว่าต้องเป็นแบบไหน
-เด็กไม่มีสิทธิที่จะเป็นตัวของตนเอง 
-กำหนดกฎเกณฑ์


ตารางทฤษฎีการเรียนรู้


ที่
ทฤษฎี
แนวคิด
กุจแจสำคัญ
ตัวอย่างประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน
1
พาฟลอฟ
การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
    จัดอยู่ในกลุ่ม Typt-s  ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องมีตัวเสริมแรงมาก่อนแล้วจะค่อยๆแสดงพฤติกรรมออกมา
ก่อนการวางเงื่อนไข

     ครูดาให้ทำการบ้าน(CS) --------> เด็กเฉยๆ

ไม่ทำครูหักคะแนน(UCS) -------> เด็กทำ(UCR)            

วางเงื่อนไข

    ให้การบ้าน+ไม่ทำหักคะแนน-----> เด็กทำ

หลังการวางเงื่อนไข

      ให้การบ้าน(CS) -------> เด็กทำ(CR)
2
วัตสัน
การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
    จัดอยู่ในกลุ่ม Typt-s  ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องมีตัวเสริมแรงมาก่อนแล้วจะค่อยๆแสดงพฤติกรรมออกมา
การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค

ก่อนการวางเงื่อนไข

     ครูสอน(UCS) ------>  เด็กไม่สนใจ(UCR)

     ครูลงโทษ(UCS) -------> เด็กไม่ชอบครู(UCR)

ระหว่างการวางเงื่อนไข

     ครูสอน(CS)+ครูลงโทษ(UCS)---->  เด็กไม่ชอบครู(UCR)

หลังการวางเงื่อนไข

     ครูสอน(CS) -----> เด็กไม่ชอครู(CR)

การวางเงื่อนไขกลับ

ก่อนการวางเงื่อนไข

     ครูสอน(CS) ----------> เด็กไม่ชอบ(CR)

ระหว่างการวางเงื่อนไข

     ครูสอน(CS)+เล่นเกมส์(UCS) -----> เด็กชอบ(UCR)

หลังการวางเงื่อนไข

     ครูสอน(CS) ---------> เด็กชอบ(CR)
3
สกินเนอร์
การวางเงื่อนไขการกระทำ
     จัดอยู่ในกลุ่ม Typt-R ซึ่งกลุ่มนี้ต้องมีการแสดงพฤติกรรมออกมาก่อนถึงจะได้ตัวสริมแรง
ขั้นที่ 1 ( ก่อนการเรียนรู้ )

      อ่านหนังสือ (R) ---------> คะแนนดี(Sre)

ขั้นที่ 2 ( หลังการเรียนรู )

      การสอบ (S)+คะแนนดี (Sre)  
  -------> อ่านหนังสื(R)

      การสอบ(S) ---------> อ่านหนังสือ(R)+คะเเนนดี(Sre)
4
ธอร์นไดค์
สัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง
     จัดอยู่ในกลุ่ม Typt-R ซึ่งกลุ่มนี้ต้องมีการแสดงพฤติกรรมออกมาก่อนถึงจะได้ตัวสริมแรง

              --->  R สีดำ  +  สีขาว  = สีเทา   สถาน  --->  R2 สีน้ำเงิน  +  สีเหลือง  = สีเขียว  
 การณ์    --->  R สีแดง  +  สีดำ =   สีน้ำตาล     
 ใน         --->   R4 สีแดง + สีเหลือง  = สีส้ม   ห้อง      --->  R สีแดง + สีน้ำเงิน  = สีม่วง      
เรียน( s )                                  
5
แบนดูรา
พัฒนาการเรียนรู้
     เน้นความสำคัญของการเรียนรู้แบบการสังเกตหรือเลียนแบบจากต้นแบบ
      ด.ช.เจต เป็นเด็กขยันทุกครั้งที่ครุสั่งการบ้าน ด.ช.เจตจะส่งการบ้านตรงต่อเวลาเสมอ และครูจะให้รางวัลทุกครั้งเมื่อ ด.ช.เจตส่งการบ้านตรงเวลา

        ด.ช.เดช เห็น ด.ช.เจตส่งการบ้านตรงเวลาและครุจะให้รางวัลทุกครั้ง ด.ช.เดช จึงทำการบ้านส่งครูตรงเวลาด้วยเพราะอยากได้รางวัลเหมือน ด.ช.เจต
6
เกสตัลท์
การเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม
     ควรคำนึงถึงการรับรู้ของแต่ละบุคคลว่ามีความแตกต่างกันโดยอาศัยความใจใส่และประสบการณ์เดิมที่มีอยู่
ครูให้ ด.ญ. รานี ด.ญ. ขวัญอุราระบายสีดออกไม้ โดยครูได้ปริ้นรูปดอกไม้ที่เหมือนกันให้นักเรียนทั้งสองคนระบายสี ด.ญ.รานี ระบายสีแดง ส่วน ด.ญ.ขวัญอุราระบายสีเหลือง เหตุผลที่ทำให้เด็กทั้งสองคนเลือกระบายสีดอกไม้ที่ไม่เหมือนกันเพราะที่บ้านของ ด.ญ.รานีมีดอกไม้สีแดงส่วน ด.ญ.ขวัญอุรามีดอกไม้สีเหลือง นั่นก็หมายความว่าขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิมที่ทั้งสองคนมีอยู่


  




ครั้งที่4 วันอังคาร ที่19 กันยายน 2560









เข้าสู่การเรียนรู้ โดยวันนี้อาจารย์สอนเรื่องบุคลิกภาพ ทั้งบุคลิกภาพภายนอกและภายใน
บุคลิกภาพภายนอก คือ 
รูปร่างหน้าตา การแต่งกาย กริยาท่าทาง การพูด 
บุคลิกภายใน คือ 
การที่เราตั้งมีความเชื่อมั่นในตนเอง ความรอบรู้ ความจริงใจ ความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้น ความจำ ไหวพริบปฏิญาณ 




เรื่องของหลักการและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ การเดิน การนั่ง การยืน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพ การรู้จักการทำตัวให้เข้ากับสังคม การดูแลร่างกาย อารมณ์ ความเชื่อมั่นในตนเอง 


วันนี้เรามาเรียนเกี่ยวกับการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับครูปฐมวัย
บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ด้วยกันคือ
1. บุคลิกภาพภายนอก 2. บุคลิกภาพภายใน
1.บุคลิกภาพภายนอก 
                 สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกของแต่ละคน สังเกตได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แบ่งได้เป็น  4 หมวด คือ
              - รูปร่างหน้าตา
              - การแต่งกาย
              - กิริยาท่าทาง
              - การพูด
2. บุคลิกภาพภายใน 
    สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนหรืออุปนิสัยใจคอ
ที่มองไม่เห็น สัมผัสจับต้องค่อนข้างยาก และแก้ไขได้ยาก
- ความเชื่อมั่นในตนเอง  - ความกระตือรือร้น   - ความรอบรู้  - ความคิดริเริ่ม  - ความจริงใจ  
- ไหวพริบปฏิภาณ          - ความรับผิดชอบ     - ความจำ      - อารมณ์ขัน
โครงสร้างของบุคลิกภาพ
1. อิด ( Id )  สัญชาตญาณ(Instinct )        
  2. อีโก้ ( Ego ) มีการใช้เหตุผล 
  3. ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม
พัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น 5 ขั้น ได้แก่
1. ขั้นปาก (Oral Stage) เริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ขวบ         
2. ขั้นทวาร (Anal Stage ) เด็กจะมีอายุตั้งแต่ 1-3 ขวบ
3. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallic Stage ) เริ่มตั้งแต่ 3 - 5 ขวบ
4. ขั้นแฝง (Latency Stage ) เริ่มตั้งแต่ อายุ 6 - 11 ปี
5. ขั้นอวัยวะเพศตอนปลาย (Genital Stage) เริ่มจาก 12 ขวบเป็นต้นไป


ต่อไปเป็นเกมส์ที่อาจารย์พาเล่น มันเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง


จากนั้นอาจารย์ก็พาร้องเพลงดอกมะลิและดอกกุหลาบพร้อมทั้งทำท่าทางประกอบและอาจารย์ก็แจกเพลงเหมือนเดิม แล้วอาจารย์ก็สอนร้องเพลง และให้นักศึกษาร้องตาม และทำท่าประกอบ



🔺การประเมินผล😊
ประเมินเพื่อน : ในการเรียนวันนี้ดูเพื่อนมีความสุข สนุก เฮฮาในการเรียน
ประเมินตนนเอง :ได้รับความรู้ในสิ่งที่เรียนวันนี้มากขึ้น ฉันมีความสุขในการเรียนวิชานี้มาก คลายเครียดไปอีกแบบค่ะประเมินอาจารย์ : อาจารย์ตั้งใจสอนมาาก แล้วก็สอนนไม่ตรึงเครียด ฉันชอบการเรียนการสอนในแบบของอาจารย์ค่ะ













ครั้งที่11 วันที่ 21 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2560

คุณลักษณะครูปฐมวัย สำหรับวันนี้เป็นการเรียนการสอนวันสุดท้ายในเทอมนี้  วันนี้เราจะมาสอบร้องเพลงกัน เพลงที่เราเรียนมาทั้งเทอม   ...